วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567
ประวัติความเป็นมาเพลงบอกของลุ่มน้ำปากพนัง
มณูญ เทพทวี (2536) ได้สรุปที่มาของคำว่าเพลงบอก คําว่าเพลงบอกประกอบด้วยคําว่า "เพลง" กับคําว่า "บอก" คําว่า "บอก" ในภาษาไทยถิ่นใต้อาจจะหมายถึงการบอกกล่าวหรือกระบอกก็ได้ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้รู้สันนิษฐานเกี่ยวกับที่มาของชื่อเพลงบอกแตกต่างกันเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มแรกสันนิษฐานว่ามาจากการบอกกล่าวอันเป็นการบอกกล่าวป่าวร้องให้ชาวบ้านทุกละแวกได้ทราบถึงวันขึ้นปีใหม่แล้ว หรือเป็นการบอก เล่าเรื่องราวข่าวสารต่างๆ เช่น บอกข่าวเชิญไปทำบุญกุศลที่นั่นที่นี่ตามเหตุการณ์ ส่วนกลุ่มที่ 2 สันนิษฐานว่า เพลงบอก คือเพลงกระบอก ทั้งนี้เพราะว่าคณะเพลงบอกจะมีกระบอกไม้ไผ่ซึ่งบรรจุน้ำมนต์หรือเหล้าถือไปในวงด้วยเพื่อใช้กระแทกตรงบันไดบ้านปลุกให้เจ้าของบ้านตื่นในตอนกลางคืนก่อนวันสงกรานต์ จึงได้เรียกการละเล่นนี้ว่าเพลงบอกแต่ต่อมาคําว่า “กระ ได้หายไปเพราะชาวปักษ์ใต้ชอบพูดสั้นๆ อย่างไรก็ตามชาวปักษ์ใต้ส่วนใหญ่เชื่อว่าเพลงบอก มาจากการบอกกล่าวอันเป็นความหมายแรกที่กล่าวมาแล้ว สอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของ ปรีชา สุขจันทร์ (การสัมภาษณ์ครูเพลงบอก, 8 เมษายน 2566) จะเห็นได้ว่าเพลงบอกเกิดขึ้นจากเพื่อใช้ในการป่าวประกาศเรื่องราวต่างๆ ให้ประชาชนทราบนั่นเอง เหตุผลคือในสมัยโบราณคนที่รู้หนังสืออ่านออก เขียนได้มีน้อย กิจการพิมพ์ก็ไม่แพร่หลาย โดยเฉพาะรายละเอียดการเปลี่ยนปี หรือการประกาศสงกรานต์ประจำปีไม่ได้มีการพิมพ์ปฏิทินอย่างปัจจุบัน
นักวิชาการหลายท่านได้ศึกษาและสืบค้นประวัติความเป็นมาของเพลงบอกในจังหวัดนครศรีธรรมราชต่างมีข้อสันนิษฐานว่าการละเล่นเพลงบอกนิยมเล่นอย่างแพร่หลายมานานแล้ว (ประมาณ 150-200 ปีที่ผ่านมา) สอดคล้องกับงานของ ชวน เพชรแก้ว (2523: 4-5) กล่าวถึงความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดนครศรีธรรมราชและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าความเจริญทางด้านการศึกษา และศิลปวิทยาการเกิดขึ้นที่เมืองตามพรลิงค์ก่อนสมัยสุโขทัยเจริญรุ่งเรือง พ่อขุนรามคำแหงได้นำเอานักปราชญ์ราชบัณฑิต และภิกษุสงฆ์ จากนครศรีธรรมราชไปเผยแพร่ที่กรุงสุโขทัย (วิมล ดำศรี, 2558: 3-6) สอดคล้องกับการสัมภาษณ์ เทียน ศรีดำ เป็นปราชญ์เพลงบอกอำเภอหัวไทร เล่าว่า เนื่องด้วยนครศรีธรรมราชเป็นเมืองใหญ่ มีจำนวนประชากรเยอะ และมีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่สมัยโบราณก็ชวนให้คิดได้ว่าเพลงบอกน่าจะถือกำเนิดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก่อนและแพร่กระจายไปยังจังหวัดอื่นๆใกล้เคียง เช่น จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง และสงขลา เป็นต้น นอกจากนี้ ท่านขุนมาเทศคดี หรือ กลอน มัลลิกะมาส (2523) เป็นผู้มีองค์ความรู้และความสนใจเกี่ยวกับท้องถิ่นภาคใต้ ได้กล่าวถึงการกำเนิดของเพลงบอกไว้ว่า การละเล่นเพลงบอกเป็นศิลปะของชาวปักต์ใต้โดยแท้ไม่ได้รับเอามาจากที่ใด และการละเล่นชนิดนี้น่าจะเริ่มที่เมืองนครศรีธรรมราชอย่างแน่นอน เพราะเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองเก่าแก่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานเป็นพันปีพร้อมกับศิลปวัฒนธรรมและวิชาการต่างๆก็เริ่มต้นที่เมืองนี้เช่นกัน รวมทั้ง พร้อม บุญสุข ได้กล่าวถึงการแสดงเพลงบอกในช่วงเทศกาลตรุษสงกรานต์ ความว่า พอถึงเดือนสี่ต่อกับต้นเดือนห้าซึ่งย่างเข้าเขตตรุษสงกรานต์ ถ้าท่านท่องเที่ยวไปในท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง หรือสงขลา ตอนพลบค่ำมักจะได้ยินเสียง เอ้ๆ อ้าๆ ตามละแวกบ้านใกล้เรือนเคียง นั่นแหละคือเสียง “เพลงบอก” โดยมีการสอบถามจากผู้สันทัดกรณีในเรื่องนี้ได้ความว่า ในระหว่างตรุษสงกรานต์นี้ตามชนบทบ้านนอกโดยทั่วไปแล้วในสมัยก่อน (ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475) มีการเล่นเพลงบอกกันอย่างกว้างขวาง เช่นเดียวกับ สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ ได้บันทึกเรื่องเพลงบอกไว้ว่า เพลงบอกเป็นเพลงพื้นเมืองที่นิยมเล่นแพร่หลายมากที่สุด ในสมัยก่อนเมื่อถึงหน้าสงกรานต์ยังไม่มีปฏิทินบอกสงกรานต์แพร่หลาย แม่เพลงจะนำรายละเอียดเกี่ยวกับสงกรานต์ออกป่าวประกาศแก่ชาวบ้านโดยร้องเป็นเพลงพื้นบ้านมีลูกคู่รับเป็นทำนองเฉพาะ เพลงดังกล่าวจึงได้ชื่อว่า “เพลงบอก” (วิมล ดำศรี, 2558: 3-6)
ประวัติความเป็นมาเพลงบอกของลุ่มน้ำปากพนังในอดีต มนูญ เทพทวี (2536) ได้ศึกษาจากผู้รู้หลายคนโดยการสอบถามจากชาวเพลงบอกรุ่นเก่าและผู้รู้อื่นๆ ประกอบกับการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น สามารถสรุปได้ว่าเพลงบอกเริ่มเกิดขึ้นที่เมืองนครศรีธรรมราช เนื่องจากชาวเพลงบอกรุ่นเก่าก็เป็นชาวเมืองนครศรีธรรมราชแทบทั้งสิ้น เช่น ท่านสงปราชญ์ เจ้าอาวาสวัดเสมาชัย นายช่วย บ้านอยู่ข้างวัดเสมาชัย ตําบลในเมือง นายพานรัก ซึ่งทำงานอยู่ในวังเจ้าพระยานคร ปรีชาควาย บ้านนาสาร ตำบลนาสาร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายรุ้ง บานอยู่ ใกล้วัดเพชรจริก ขุนประดิษฐ์ บ้านอยู่ข้างวัดพระนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ขุนชํานาญคดี (ปั้น) ชาวตลาดหามา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช สุขปราชญ์ บ้านมะขามชุม ตำบลท่าวัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จากภูมิลำเนาชาวเพลงบอกรุ่นเก่าดังกล่าวนี้ ทำให้น่าจะเชื่อได้ว่าเพลงบอกน่าจะเริ่มขึ้นในเมืองนครศรีธรรมราชก่อน แล้วแพร่กระจายออกไปยังพื้นที่ต่างๆรวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังแต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใดเช่นกัน จากการสอบถามชาวเพลงบอกในพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอหัวไทร ซึ่งเป็นพื้นที่ในลุ่มน้ำปากพนัง จากการที่ จดจําคําบอกเล่าสืบต่อกันมา ได้รับการบอกกล่าวว่าชาวเพลงบอกที่มีความชํานาญในการเล่นเพลงบอกในอดีตเท่าที่ทราบ ได้แก่ เพลงบอกรอด ตำบลเชียรใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่ เพลงบอกเนตร ตำบลท้องลำเจียก อำเภอเชียรใหญ่ เพลงบอกหมอก ตำบลสวนหลวง อำเภอเชียรใหญ่ เพลงบอกช่วย ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร และเพลงบอกปาน ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร นักเพลงบอกเหล่านี้ล้วนมีชีวิตอยู่ในช่วงเดียวกัน โดยเฉพาะเพลงบอกปานนั้นนับว่าเป็นนักเพลงบอกคนหนึ่งที่มีความสามารถเป็นเลิศ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2433 ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งสามารถร้องเพลงบอกได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ดังบทกลอนของ เผียน เพชรคง ที่ว่า
เมื่ออายุเข้าปีมีนิสัย ชอบพอใจกาพย์กลอนนอนฝึกฝน
เด็กอายุเก้าปีนี้ขอมกล ว่ากลอนต้นได้ดีมีคนชม
ตามบ้านจีนเรือนไทยในบ้านตอน เที่ยวว่ากลอนแปลก ๆ แลกขนม
กลอนเพลงบอกเลิศดีมีคารม เหมือนมีดคมติดปากมาจากครรภ์
อย่างไรก็ตามการที่เพลงบอกปานสามารถร้องเพลงบอกได้ตั้งแต่มีอายุได้ 5 ปี ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2442 นั้นแสดงว่าในช่วงนั้นเพลงบอกมีการเล่นกันแล้วในท้องถิ่นลุ่มน้ำปากพนัง และน่าจะได้รับความนิยมแพร่หลาย พอสมควร ดังนั้นในอดีตจึงสันนิษฐานได้ว่าเพลงบอกลุ่มน้ำปากพนังคงจะเกิดขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2442 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และสันนิษฐานว่าน่าจะรับแบบอย่างมาจากเมืองนครศรีธรรมราช
ในยุคปัจจุบัน สมใจ ศรีอู่ทอง หรือเพลงบอกสมใจ เป็นศิลปินพื้นบ้านยอดเยี่ยมประจำภาคใต้ รางวัลพระพิฆเนศทองราชทาน เชื่อว่าเพลงบอกเป็นการละเล่นพื้นบ้านเก่าแก่ชนิดหนึ่งของนครศรีธรรมราช เกิดขึ้นครั้งแรกที่นครศรีธรรมราชอย่างแน่นอน ชาวเพลงบอกของเมืองนี้มีมากมาย สอดคล้องกับ เนตร ชลารัตรชน์ ได้ยกตัวอย่างนักเลงเพลงบอกรุ่นเก่าที่มีรูปแบบการเล่นเป็นรูปแบบของตัวเอง เช่น นายเรือง นาใน นายควาย ท่านพานรักษ์ นายช่วย เสมาชัย เป็นต้น (สมใจ ศรีอู่ทอง, การสัมภาษณ์ครูเพลงบอก, 7 เมษายน 2566) นอกจากนี้เพลงบอกเอก เสียงเสนาะ เป็นลูกศิษย์ของเพลงบอกดอกสร้อย เสียงเสนาะ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงพื้นบ้านเพลงบอก โดยได้รับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ได้เล่าความเป็นมาของเพลงบอกว่าในสมัยนั้นอายุ 12-14 ปี พอจะจำความได้มีนักเล่นเพลงบอกมากมายแทบทุกหมู่บ้านเพลง มีงานรื่นเริงที่ไหนผู้คนก็ให้ความสนใจไปดูการประชันเพลงบอกเช่นเดียวกับเพลงบอกดอกสร้อยได้มีโอกาสร้องโต้กับเพลงบอกเผียน (เพลงบอกที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น) ณ วัดโคกพิกุล แม้จะเอาชนะเพลงบอกเผียนไม่ได้ แต่ก็ได้แสดงฝีปากคมคายในการโต้เพลงบอกจนเป็นที่ประทับใจของผู้ชม หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพลงบอกดอกสร้อยจึงเป็นเพลงบอกที่เลี้ยงชีพด้วยการว่าเพลงบอกตามงานต่าง ๆ โดยมีวิธีการ หาเงิน คือ ว่าเพลงบอกให้กับเจ้าภาพจัดงานแล้วนำรายได้มาแบ่งครึ่งกัน โดยในแต่ละงานเพลงบอกดอกสร้อยสามารถหาเงินได้จำนวนมาก เพราะมีเสียงที่ไพเราะกังวาน มีศิลปะในการจูงใจบริจาคโดย ไม่ต้องบังคับ รวมทั้งมีวิธีการว่าเพลงบอกที่แตกต่างจากเพลงบอกทั่วไป คือ มีการว่ากลอนหนังตะลุงกับโนราสอดแทรกเข้าไป ทำให้เกิดความสนุกสนาน หลากรส และหลายทำนอง เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชม จึงเชื่อว่าเพลงบอกมีขึ้นที่เมืองนครศรีธรรมราชก่อนที่อื่นอย่างแน่นอน (เอก เสียงเสนาะ, การสัมภาษณ์ครูเพลงบอก, 8 เมษายน 2566) สอดคล้องกับ พระภิกษุดำ ศรีวิเชียร อายุ 89 ปี (พ.ศ.2523) ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความสามารถหลายด้าน เช่น หมอแผนโบราณ นักเล่นคำตัก หมอทำขวัญนาค และนักเล่นเพลงบอก ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเพลงบอกว่าสมัยอาตมาเด็กๆ มีนักเล่นเพลงบอกที่มีชื่อเสียงหลายคนทั้งรุ่นปราชญ์ครูเพลงบอก และรุ่นหนุ่มสาว ได้มีการประชันในงานรื่นเริง ผู้คนต่างให้ความสนใจและไปดูการประชันอย่างหนาแน่น เพลงบอกจึงเป็นการแสดงอย่างหนึ่งที่มีชื่อเสียงและมีขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราชมาช้านาน (วิมล ดำศรี, 2558: 3-6) สอดคล้องกับบทกลอนเพลงบอกประวัติเพลงบอกเมืองนครศรีธรรมราชของปรีชา สุขจันทร์ (บทกลอนเพลงบอก, 2550)
จากการศึกษาประวัติ ความเป็นมา และคำบอกเล่าของผู้รู้ ปราชญ์เพลงบอก จากเอกสาร งานวิจัย และการสัมภาษณ์ จะยังสรุปไม่ได้แน่ชัดว่าการเล่นเพลงบอกจะมีขึ้นที่ใดและเมื่อไร แต่พอจะได้ข้อคิดและเชื่อได้ว่าเพลงบอกเกิดขึ้นอย่างช้าที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 5 และสันนิษฐานว่าการละเล่นชนิดนี้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายที่เมืองนครศรีธรรมราชมาอย่างช้านาน เพราะเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเมืองเก่าแก่มีประวัติความเป็นมายาวนานเป็นบ่อเกิดของศิลปวัฒนธรรมและวิชาการต่างๆ หลายอย่างเริ่มต้นขึ้นที่นี่รวมทั้งนักเพลงบอกที่มีชื่อเสียงในอดีตซึ่งเป็นที่รู้จักและได้กล่าวถึงความสามารถด้านเพลงบอก เช่น นายเรือง บ้านนาใน, ขุนประดิษฐ์ ปรีชาควาย, นายพานรักษ์ เป็นต้น รวมทั้งนายเนตร ชลารัตน์ ซึ่งถูกกล่าวถึงในบทกลอนเพลงบอกข้างต้นเป็นนักเล่นเพลงบอกรุ่นเก่าของจังหวัดนครศรีธรรมราช และเชื่อว่าเพลงบอกเกิดขึ้นที่เมืองนี้อย่างแน่นอน จากคำสัมภาษณ์ปราชญ์เพลงบอกในปัจจุบันมีนักเพลงบอกที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน เช่น เทียน ศรีดำ, ปรีชา สุขจันทร์, สมใจ ศรีอู่ทอง เพลงบอกตาเลี่ยน และเพลงบอกดอกสร้อย เป็นต้น
ประวัติความเป็นมาเพลงบอกของลุ่มน้ำปากพนัง
มณูญ เทพทวี (2536) ได้สรุปที่มาของคำว่าเพลงบอก คําว่าเพลงบอกประกอบด้วยคําว่า "เพลง" กับคําว่า "บอก" คําว่า "บอก...
-
จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีศิลปินเพลงบอกมากที่สุดทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปินเพลงบอกลุ่มน้ำปากพนังจ...
-
เพลงบอกเป็นการละเล่นที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงในลุ่มน้ำปากพนัง ประกอบด้วยอำเภอปากพนัง อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ...
-
มณูญ เทพทวี (2536) ได้สรุปที่มาของคำว่าเพลงบอก คําว่าเพลงบอกประกอบด้วยคําว่า "เพลง" กับคําว่า "บอก" คําว่า "บอก...